5 เคล็ดลับ สอบ โทอิค จากผู้เขียนสุดยอดหนังสือเตรียมสอบ TOEIC ภาคสอง

สวัสดีครับ แล้วก็กลับมาพบกันอีกแล้วนะครับกับเคล็ดลับ การเตรียมสอบ โทอิค วันนี้เราจะมาว่ากันต่อถึงการแนะนำวิธีการทำข้อสอบ โทอิค ของผู้เขียนหนังสือ Oxford TOEIC Preparation Test นะครับ สำหรับใครที่พลาด Part I ไป สามารถติดตามได้ที่  https://m.pantip.com/topic/36344245?  เลยครับ

สำหรับครั้งนี้เราก็มี 5 เคล็ดลับมาแนะนำสำหรับผู้ต้องการสอบ โทอิค อีกเช่นกันครับ โดยผู้สนใจสามารถติดตามคลิปเต็มๆได้ที่ https://youtu.be/f7rrGkXBtKY ขอได้รับความขอบคุณมา ณ ที่นี่ด้วยนะครับ

สอบ โทอิค

 

 

1.ทักษะการพูดก็สำคัญกับการสอบโทอิคนะ


Grant Trew แนะนำว่า ถึงแม้หลายๆคนจะสอบ โทอิค ในแบบการฟังและการอ่าน ทว่า อย่างที่เขาพยายามย้ำแล้วย้ำอีกว่าคำศัพท์และรูปแบบภาษาอื่นๆเช่นการใช้วลีที่ใช้ในชีวิตประจำวันสำคัญอย่างมากต่อการสอบ โทอิค และมันก็เป็นสิ่งที่ผู้เข้าสอบจะต้องถูกทดสอบแน่นอนเลยทีเดียว

2. การจะจดจำคำศัพท์ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดคือการใช้จริง



Grant Trew แนะนำว่า วิธีการที่จะสามารถจดจำให้ได้ประสิทธิภาพที่สุดก็คือการใช้คำศัพท์และรูปแบบภาษาพวกนั้นผ่านการพูดนั่นเอง เพราะในคำถามของข้อสอบ โทอิคมากมาย ล้วนเกี่ยวข้องกับประโยคในชีวิตประจำวันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการขอร้อง คำสั่ง และอื่นๆ

3.การฝึกทำข้อสอบเยอะ อาจไม่ได้ช่วยให้คุณเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้


Grant ชี้ให้เห็นช่องว่างของคอร์สเรียน ตลอดจนหนังสือส่วนใหญ่ที่ใช้ในการเตรียมสอบ TOEIC ว่า ส่วนใหญ่แล้วมักจะมุ่งเน้นไปในแนวคิดที่เห็นว่าการที่เราจะทำอะไรสักอย่างจะต้องฝึกทำมันให้มากๆ เช่น หากเราอยากฝึกเล่นเทนนิส ก็ต้องออกไปเล่นเทนนิสบ่อยๆ เหมือนกับข้อสอบ TOEIC หากอยากจะเก่งก็ต้องฝึกทำข้อสอบเยอะๆ ทำให้คลาสเรียนส่วนใหญ่ มีแต่การฝึกทำข้อสอบ โดยผู้สอนพยายามอธิบายตัวคำตอบว่าผิดหรือถูกอย่างไร ซึ่งตรงนี้ Grant  เห็นว่า วิธีการเรียนการสอนแบบดังกล่าวได้พลาดสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเรียนรู้ในภาษาอังกฤษไป
4.อย่าเลือก Materials ที่คาดหวังเป้าหมายด้วยคะแนนที่ต่ำ



หนังสือที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังสือระดับต้นนั้น อาจจะเหมาะกับผู้เริ่มเรียนภาษาอังกฤษ แต่ถ้าคุณอยากจะได้คะแนนระดับกลางหรือระดับสูงแล้ว มันอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก เพราะหนังสือพวกนี้ จะคัดเลือกเนื้อหาหรือตัดทอนให้เนื้อหานั้นง่ายขึ้น เช่นการเลือกใช้คำศัพท์ง่ายๆ โครงสร้างไวยากรณ์ที่ไม่ซับซ้อน รวมไปถึงบทความที่สั้นกว่าความเป็นจริง ดังนั้น จึงไม่เกินประโยชน์ต่อผู้เรียนมากนัก
5.การโฟกัสในทักษะต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ



ต่อจากข้อที่แล้ว Grant ชี้ว่า สิ่งสำคัญที่มากกว่าการทำข้อสอบซ้ำๆเยอะๆคือการพัฒนาทักษะการอ่านและการฟังซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของการทำข้อสอบ โทอิค เช่นการฝึกใช้ทักษะ Skim and Scan ในการอ่าน หรือการฝึกคาดเดาขั้นต้นในการฟัง หรือการ Paraphase นั่นเองครับ
และนี่ก็คืออีก 5 เทคนิคเด็ดสำหรับการเตรียมตัวสอบ TOEIC ในภาคสองนี้นะครับ เพื่อนๆคนไหนมีเคล็ดลับอะไรอยากแชร์มาบอกกันได้เลยนะครับ
ขอบคุณครับ

โฆษณา

สอบ โทอิค 5 หลัก Grammar ออกบ่อยใน TOEIC

สวัสดีครับ หลังจากที่เราคุยกันถึงเทคนิคไปแล้ว วันนี้มาพบกับ 5 หลักแกรมม่าร์ที่ออกบ่อยๆในการ สอบ โทอิค TOEIC กันดีกว่าครับ

untitled-2

 

1.Preposition

5-grammar-toeic

ไม่น่าเชื่อใช่ไหมล่ะครับว่าหนึ่งในแกรมม่าร์ที่ชอบออกในการสอบ โทอิค บ่อยๆคือ Preposition (คำบุพบท) นั่นเองครับ

เนื่องจาก Preposition เป็นเรื่องของการใช้คำให้เหมาะสม ซึ่งการใช้บ่อยๆเท่านั้นที่จะสามารถทำให้เราจำขึ้นใจได้ หรือบางที Verb 1 ตัว สามารถตามได้ด้วย Preposition ได้หลายตัว เช่น Verb to look อาจจะตามได้ทั้ง up, down, over ก็ได้เหมือนกันครับ

 

2. Tense

tense


Tense คือการกล่าวถึงเกี่ยวกับเวลา ซึ่งจะประกอบกันด้วยทั้ง Tense (present, past, future) และ Aspect (simple,continuous, perfect, perfect continuous)
แต่ใน TOEIC จะชอบ ออก Tense คู่กัน โดยเฉพาะ Past simple กับ Past Perfect ครับ

3.Voice
voice
ในภาษาอังกฤษจะมีสิ่งที่แสดงการกระทำอยู่อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของ Voice ซึ่งในภาษาอังกฤษก็จะมีทั้ง Active และ Passive Voice

โดยส่วนใหญ่แล้วในข้อสอบ TOEIC ก็จะออกในส่วนของ Passive โดยการผสมเอา พวก Modal (can, could,would…)ไปใช้ รูปแบบของ Passive เป็นที่ตายตัวคือ be+past participle หรือ verb ช่อง 3 นั่นเองครับ

4.Conjunction

conjunction

หรือตัวเชื่อม บางที อาจจะออกง่ายๆเช่น Coordinate conjunction เช่น and, or,but หรือ pair coordinator เช่น either…or… เป็นต้น ไม่งั้นก็จะออก complex conjunction เช่น so that, in order that

5.Word forms
word-form

เป็นเรื่องสำคัญมากเพราะออกบ่อยจริงๆใน TOEIC ครับพูดง่ายๆคือ มีตัวลงท้าย (Suffix) ไม่เหมือนกันและให้เราเลือกครับ เช่นลงท้ายด้วย -tion เป็นคำนาม, -ate เป็นกริยา แต่ควรระวังว่า บางทีคำศัพท์คำเดียวที่ลงท้ายด้วย Suffix เหมือนกันแต่อาจเป็นได้ทั้ง คำนามและคำกริยา เช่นคำว่า comment เป็นต้นครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หวังว่าแกรมม่าร์พวกนี้จะช่วยให้เพื่อนๆสอบ โทอิค ได้ง่ายขึ้นนะครับ

สอบ โทอิค พร้อม เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ง่ายๆ ด้วย 5 แอพพลิเคชั่น สอบโทอิค

img_0048

 

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วกับเทคนิคการเตรียมสอบ TOEIC เด็ดๆ นะครับ คราวนี้จะขอลองนำเสนอ 5 Application ที่ใช้ในการ สอบ toeic พร้อมกับเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ใน แบบ Xpert English กันครับ
——————————————————-
ติดตามเทคนิคเด็ดๆและกลเม็ดการเตรียมสอบและการใช้ภาษาอังกฤษได้ก่อนใครที่ Xpert English, the home of Business and Academic English learners with an expert and professional development, https://www.facebook.com/expertenglishlearners/

หรือติดตามได้ที่ https://expertenglishlearners.wordpress.com/

——————————————————-

โดยแอพลิเคชั่น สอบ toeic ที่จะมาแนะนำในวันนี้มีดังนี้ครับ

1.Listening Tests

2.CM TOEIC

3.TOEIC Simulation Test-Improve Your Score

4.English tests

5.TOEIC Zombie

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วกับเทคนิคการเตรียมสอบ TOEIC เด็ดๆ นะครับ คราวนี้จะขอลองนำเสนอ 5 Application ที่ใช้ในการ สอบ toeic พร้อมกับเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ใน แบบ Xpert English กันครับ

——————————————————-

ติดตามเทคนิคเด็ดๆและกลเม็ดการเตรียมสอบและการใช้ภาษาอังกฤษได้ก่อนใครที่ Xpert English, the home of Business and Academic English learners with an expert and professional development, https://www.facebook.com/expertenglishlearners/

หรือติดตามได้ที่ https://expertenglishlearners.wordpress.com/

——————————————————-

โดยแอพลิเคชั่น สอบ toeic ที่จะมาแนะนำในวันนี้มีดังนี้ครับ

1.Listening Tests

2.CM TOEIC

3.TOEIC Simulation Test-Improve Your Score

4.English tests

5.TOEIC Zombie

มาเริ่มที่ แอพพลิเคชั่นแรกเลยครับ
1.Listening Tests
หากใครต้องการหาแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานในการฝึกการฟังภาษาอังกฤษ แอพนี้ช่วยได้เยอะทีเดียวครับ
เข้ามาก็จะให้เราเลือก Part การทดสอบ ในการ สอบ TOEIC ได้ทั้ง 4 Part ใน Listening TOEIC

ซึ่งในที่นี้ เราจะเลือก Part 1 Photographs เป็นตัวอย่างครับ

พอกดเข้ามาก็จะมีเสียงให้เราฟัง และเลือกคำตอบ A B C D ได้เลยครับ
แกล้งตอบผิดนะครับจะได้เห็น แหะๆ

จากนั้นที่มุมล่างเราสามารถเลือกได้ว่าจะดู คำตอบ และ สคริปก็ได้ครับ

ข้อดี:ใช้เพื่อฝึกทักษะการฟังได้อย่างดีเยี่ยม

ข้อควรปรับปรุง:น่าจะมีพาร์ทอื่นให้บ้างนะครับ

———————————————

มาต่อกันที่แอพที่ 2 นะครับ
2.CM TOEIC

เชื่อว่า แอพนี้ หลายๆคนก็คงใช้ในการฝึกฝนการทำข้อสอบ TOEIC กันนะครับ ส่วหนึ่งก็เพราะแอพนี้ มี Section หลากหลายให้เลือกทำเลยครับ โดยประกอบด้วยโหมดการฝึกฝนดังนี้
1.Practice

โหมดการฝึกฝน ใช้สำหรับฝึกการทำโจทย์ ซึ่งสามารถเลือกโหมดการฝึกฝนได้

2.Test โหมดการทำข้อสอบเสมือนจริง จะพาเราตะลุยทำโจทย์เหมือนทำจริง

3.Vocab โหมดเพื่อเพิ่มพูนทักษะการท่องคำศัพท์โดยเฉพาะ

4.Common Mistakes โหมดที่จะแนะนำข้อผิดพลาดต่างๆเพื่อไม่ให้เราพลาดในการทำข้อสอบ TOEIC

โดยจะขอยกตัวอย่างการเข้าโหมด Practice โดยเลือก Part 5 นะครับ

คลิก Continue เราก็จะเจอโจทย์แบบที่คุ้นเคย เลือกได้เลยครับ ข้อไหนดีน้าา

พอตอบเสร็จก็จะมีเฉลยขึ้นมาด้วยครับ

ข้อดี:มี Section ครบถ้วน

ข้อควรปรับปรุง:ไม่รู้สิ 555
————————————–

มาต่อกันด้วย App ที่สาม คือ
TOEIC Simulation Test แอพนี้ก็ยอดนิยมเหมือนกันครับ

เปิดมาก็จะมีหน้าตาและ Section ให้แยกเป็นหลายโหมดเหมือนกันครับ

โดยเราจะลองมาดูโหมด listening part 3

หรือจะโหมด Reading ก็มีครับแต่จะลำบากหน่อยเพราะต้องสลับไปมาระหว่างหน้าโจทย์กับคำตอบ

ข้อดี : แบ่ง Section ได้ดี

ข้อเสีย: โหมด Reading โจทย์กับคำตอบอยู่คนละหน้าต้องสลับกัน

———————————–
มาต่อกันที่ App ที่ 4 เลยครับ
ชื่อว่า English Tests
หน้าตาก็จะเป็นเจ้าลิงน้อยครับ

ซึ่งแอพนี้ดีตรงที่ว่า มีให้เลือกแบบทดสอบหลายแบบเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น TOEIC, TOEFL, หรือ IELTS ก็มีครับ

แถมในหน้าของ TOEIC ยังแบ่งเป็น Categories Mini Test และ Mock Test อีกต่างหาก

เราลองมาดูในโหมด Reading กันครับ

ซึ่งหน้าโจทย์ก็จะอยู่แยกกับหน้าคำตอบ

ข้อดี : มีหลายแบบฝึกหัดให้ฝึกฝน และยังมีแบบฝึกของ Test อื่นๆด้วย

ข้อเสีย: เหมือนแอพที่สาม
——————————————-
และก็มาถึง แอพสุดท้ายนะครับ
TOEIC Zombie

แอพนี้น่าสนุกมากๆครับ เป็นเกมส์ที่ผลิตโดยคนไทยนั่นเอง
โดยจะเน้นการเล่นทายคำศัพท์ที่ออกบ่อยใน TOEIC ครับ

ถ้าทายถูกก็จะฆ่า Zombie ได้ แต่ถ้าทายผิดก็ตายยยยยย

แหะๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับแอพพลิเคชั่นสำหรับสอบ toeic ด้วยตัวเอง ทั้งยังได้เรียนภาษาอังกฤษ ด้วยตัวเองอีกด้วยครับ
เพื่อนๆมีแอพพลิเคชั่นอะไรมาแชร์ก็บอกมาได้เลยนะครับ
แล้วพบกันใหม่
ขอบคุณครับ
———————————————————

รวมกระทู้ใน TOEIC SERIES หรือติดตามได้ที่ https://expertenglishlearners.wordpress.com/

—————————————–

5 หนังสือเตรียมสอบ TOEIC ที่คุณต้องไม่พลาดก่อนไปสอบ

http://pantip.com/topic/35562520
เตรียม สอบ TOEIC ง่ายๆ ฉบับ Batman ปะทะ Superman!

https://pantip.com/topic/36629251
(TOEIC SERIES) เจาะ 7 พาร์ทข้อสอบ TOEIC พาร์ทไหนยาก-ง่ายยังไง มาดูกัน

https://pantip.com/topic/35749744

——————————————————-

สอบ TOEIC (TOEIC SERIES) มาฟัง 5 เทคนิคเด็ด สอบ TOEIC จาก Grant Trew ผู้เขียน Tactics for TOEIC กัน! ตอนที่ 1

สวัสดีครับ Xpert English วันนี้จะสรุปเคล็ดลับเด็ดๆที่ได้จาก Grant Trew ผู้เขียนหนังสือ Tactics for TOEIC ที่ได้จากคลิป Grant Trew on TOEIC® (Part 1) จาก Oxford University Press คลิก https://www.youtube.com/watch?v=MD_ClV5ZgWg&t=195s เพื่อดูได้เลยครับ ขอได้รับความขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
——————————————————-

ติดตามเทคนิคเด็ดๆและกลเม็ดการเตรียมสอบและการใช้ภาษาอังกฤษได้ก่อนใครที่ Xpert English, the home of Business and Academic English learners with an expert and professional development, https://www.facebook.com/expertenglishlearners/

——————————————————
ก่อนอื่นเรามาเริ่มรู้จักกับคุณ Grant Trew ก่อนดีกว่าครับ
หากผู้ที่เคยสอบ TOEIC ต้องผ่านหูผ่านตากับหนังสือเล่มนี้เป็นแน่ นั่นก็คือ Tactics for TOEIC® Listening and Reading Tests 


ภาพประกอบจาก internet

ซึ่งผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ก็คือคุณ Grant Trew นั่นล่ะครับ ซึ่งคุณ Grant Trew เป็นผู้คว่ำหวอดอยู่ในวงการ EFL (English as a Foreign Language) มากว่า 20 ปี ทั้งในฐานะอาจารย์และผู้พัฒนาสื่อสารสอนทั้งในประเทศอังกฤษ ตะวันออกกลางและญี่ปุ่นอีกด้วยครับ 

ทีนี้เราลองมาฟัง 5 เทคนิคเด็ดๆแรกจากคลิปนี้กันเลยครับ

  • 1.คำศัพท์สำคัญสุด

ปัญหาส่วนใหญ่ของผู้สอบ TOEIC คือ Vocabulary หรือคำศัพท์นั่นเองครับ

  • Grant Trew บอกว่าปัญหาใหญ่ปัญหาแรกคือการที่ผู้สอบ TOEIC ส่วนใหญ่ไม่รู้คำศัพท์ ซึ่งตรงนี้สำคัญมากครับเพราะการที่เราไม่รู้คำศัพท์อาจจะทำให้การสอบของเราประสบปัญหามากยิ่งขึ้น
  • 2.ต้องรู้รูปแบบข้อสอบ

  • Grant Trew แนะนำว่า เราจะไม่สามารถทำข้อสอบได้อย่างทันท่วงทีถ้าเราไม่รู้ว่า Test design หรือ โครงสร้างของข้อสอบมีอะไรบ้าง ดังนั้นแล้วก็จะทำให้เราไม่สามารถทำได้ทันเวลานั่นเองครับ
  • 3.เวลาสำคัญมาก

  • หากเราไม่เข้าใจคำศัพท์และไม่สามารถทำข้อสอบได้ทัน เวลาก็จะเป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งที่บีบให้เราทำพลาดหรือต้องเดาข้ออื่นๆ ดังนั้นการแบ่งเวลาในการทำข้อสอบ TOEIC ก็ถือเป็นอีก 1 สิ่งสำคัญครับ
  • 4.อ่านคำถามก่อน

  • การอ่านคำถามก่อนนั้นจะช่วยให้เราสามารถคาดเดาได้ว่า คำถามหรือคำตอบในข้อดังกล่าวจะเป็นอย่างไร Grant Trew ยังแนะนำอีกด้วยว่า ในส่วน Listening หากเราอ่านคำถามก่อนเราจะเข้าใจทั้งบริบทและข้อความสำคัญที่จะทำให้เราหาจุดจับในข้อสอบได้และจะทำให้เราสามารถโฟกัสไปยังคำตอบที่ถูกต้องได้นั่นเอง
  • 5.ฝึกทำข้อสอบทุกวัน

  

  • นอกจากนี้ Grant Trew ยังแนะนำว่า ถ้าเราฝึกฝนเทคนิคการคาดเดาและการอ่านคำถามก่อนนี้เป็นประจำ จะทำให้การสอบ TOEIC ของเราง่ายขึ้นไปอีกครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเทคนิคเด็ดๆจากผู้เขียนหนังสือมาเองเลย ทว่าเทคนิคในการสอบของคุณ Grant Trew ยังไม่หมดแค่นี้นะครับ คราวหน้าเราจะมาคุยกันต่อว่าคุณ Grant Trew ยังมีเทคนิคไหนอีกบ้าง และเราจะเอาไปประยุกต์ใช้กับการสอบ TOEIC ของเราได้ยังไงละครับ

เรียน toeic มาต่อแล้ว! (TOEIC SERIES) เจาะ 7 พาร์ทข้อสอบ TOEIC : Reading

สวัสดีครับ ขออภัยที่ห่างหายไปนานนะครับ วันนี้ Xpert English จะมาต่อส่วนที่ยังคั่งค้างไว้อยู่ และเป็นส่วนที่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับผู้ทำข้อสอบ TOEIC ส่วนใหญ่ นั่นคือในส่วนของ Reading ซึ่งจะมีด้วยกันทั้งหมด  3 Parts นั่นเองนะครับ มา เรียน toeic ด้วยกันนะครับ

banner-pantip

ปล.เทคนิคเหล่านี้เป็นเทคนิคที่กลั่นกรองทั้งจากหนังสือและประสบการณ์ในการสอบ ที่ผมใช้ในการทำข้อสอบ TOEIC รวมทั้งประสบการณ์ในการเป็นติวเตอร์เล็กๆน้อยๆ หากท่านสมาชิกมีเทคนิคไหนสามารถแนะนำกันเข้ามาได้เลยครับ

——————————————————-

ติดตามเทคนิคเด็ดๆและกลเม็ดการเตรียมสอบและการใช้ภาษาอังกฤษได้ก่อนใครที่ Xpert English, the home of Business and Academic English learners with an expert and professional development,  https://www.facebook.com/expertenglishlearners/

——————————————————

 

Part 5 Incomplete Sentence

part-5

ในส่วนของพาร์ทนี้เป็นข้อสอบที่ผู้สอบส่วนใหญ่มักจะคุ้นเคยมากๆ เนื่องจากข้อสอบคือมีประโยคที่ไม่สมบูรณ์มาให้และให้เรานำตัวเลือก A,B,C,D แล้วเลือกตัวเลือกที่ถูกต้องทีสุด ซึ่งในส่วนนี้แน่นอนว่า ส่วนที่ออกคำถามนั้นจะเป็น คำถามในส่วนของโครงสร้าง (Structure (แกรมม่าร์น่าปวดหัว)) และ Vocabulary (คำศัพท์) นั่นเองครับ

 

ระดับความยากอยู่ที่ 50

จริงๆแล้วการทำพาร์ทนี้ในการสอบ Reading ซึ่งมีเวลาสอบด้วยกันทั้งหมด 1.15 น. หรือ 75 นาที พาร์ทนี้ควรจะใช้เวลาไม่เกิน 15-20 นาที เพื่อที่จะได้มีเวลาให้พาร์ทที่โหดหินกว่านี้อย่างพาร์ท 6-7 โดยเฉพาะอย่างยิ่งพาร์ท 7 ซึ่งคงต้องว่ากันยาวๆ  ในส่วนนี้มีเทคนิคอยู่ที่

1.ดูช้อยส์ ถ้าช้อยส์เป็นคำศัพท์เหมือนกัน แต่เป็น Part of Speech ที่ต่างกัน ข้อนั้นถามแกรมม่าร์ชัวร์ป๊าป แต่ถ้าตัวเลือกเป็นคำศัพท์แต่ละคำศัพท์ที่ต่างกัน ข้อนั้นถามคำศัพท์แน่นอน

2.วิเคราะห์แกรมม่าร์ที่ออกบ่อย เช่นเรื่อง Concord (Agreement of Subject and Verb), Tense, Voice เป็นต้น

3. ถ้าไม่รู้ก็เดา แต่เดาให้มีศิลปะ วิธีที่ผมใช้ประจำคือ ถ้าไม่รู้ตอบข้อไหน ก็เอาช้อยส์มาเติมแล้วอ่านไปเลย ถ้าข้อไหนคุ้นสุดข้อนั้นแหละมีโอกาสถูกมากที่สุด แต่บางคนคงคิดว่า เดาอย่างนี้มันมีศิลปะตรงไหน? ประเด็นคือว่า นอกจากเราจะเอาหลักการที่ ประโยคดังกล่าว ถูกไวยากรณ์ (Grammatical) + มีคนใช้หรือไม่ หากคำดังกล่าวมีคนใช้แสดงว่ามัน(อาจจะ)ถูก ก็เป็นได้ ดังนั้นถ้าเราอ่าน(เดา)ว่าเราได้ยินข้อไหนมากที่สุด ข้อนั้นก็อาจจะมีโอกาสถูกมากที่สุดก็เป็นได้ (แต่ถ้าเลือกใช้ข้ออื่นได้ก็เลือกเถอะ ข้อนี้จริงๆไม่แนะนำ)

4.การตัดช้อยส์ (Elimination)

วิธีนี้คือเราไม่รู้จริงๆว่าจะตอบข้อไหนดีเราก็เลยต้องใช้วิธีตัดช้อยส์ให้เหลือข้อที่มีความน่าจะเป็นว่าจะถูกมากที่สุด ดังนั้นแล้ว ช้อยส์มีทั้งหมด  4 ตัวเลือก เราตัดทีละตัวเลือก โอกาสถูกก็จะมีมากขึ้นจาก 0-25-50-100 เปอร์เซ็นต์ ขอบอกว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่คนนิยมใช้กันมากที่สุดวิธีหนึ่งเลยล่ะครับ

 

Part 6

Text Completion

part6

พูดง่ายๆว่าพาร์ทนี้เป็นลูกผสมระหว่างพาร์ท 5 กับ พาร์ท 7 โดยแท้จริง โดยรูปแบบการสอบก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากพาร์ท 5 เลย มีช้อยส์ 4 ข้อให้เลือกเหมือนเดิม แต่ที่ต่างออกไปคือ พาร์ท 6 นี้ ไม่ได้มาเป็นประโยคสองประโยค
แต่มาเป็น Text  คือมาแบบตัดมาทั้งโฆษณา ประกาศ ให้เราอ่าน เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีส่วนที่หายไปอีก ซึ่งเจ้าส่วนที่หายไปนี้ คราวนี้มาได้ถึงสามรูปแบบ

1.Grammar-อันนี้เหมือนพาร์ท  5 คือมาเป็นคำศัพท์เดียวกันแต่ Part of Speech  ไม่เหมือนกัน

2.Vocabulary-เหมือนเดิม

3.Context-คราวนี้แหละที่ต่างไปจากเดิม

ระดับความยากอยู่ที่ 75

พาร์ทนี้ดูเหมือนยาก แต่ความยากมันยังไม่สุดตรงที่ว่า มันมีให้ทำไม่เยอะ แต่ดังนั้นก็ยังยากอยู่ดี

นอกจากเทคนิคต่างๆที่ได้กล่าวไปในพาร์ท 5 ที่เราเอามาใช้ได้แล้ว เทคนิคอีก 1 เทคนิคที่จะทำให้เราประหยัดเวลาได้จาก พาร์ท 6 คือ การอ่านเฉพาะประโยคหน้าและหลังของประโยคที่หายไป ซึ่งตรงนี้ไม่ได้การันตีว่าจะทำได้หมดทุกคำถาม แต่จะเป็นประโยชน์ในการประหยัดเวลาของเรามากยิ่งขึ้น เพื่อไปทำในพาร์ทโหดสุดหิน พาร์ท 7 ที่หลายคนบอกว่า นี่แหละที่สุดแห่งชีวิตแล้ว ไม่ใช่มันยากนะ แต่ทำไม่ทันเว้ยยยย

Part 7 Reading Comprehension

part7

สำหรับพาร์ทนี้ เป็นการอ่าน อ่านล้วนๆ อ่านแบบตะบี้ตะบันอ่าน และแต่ละเรื่องก็ไม่ได้มาแบบกระจิ๊บกระจ้อย แต่มาเป็น Passages เช่นประกาศ บทความ (ตัวดี ต้องระวัง) โฆษณา ซึ่งจะมีทั้งแบบสั้น (Short Passage) และแบบยาว (Long Passage) ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ

1.Single Passage

อันนี้มาเดี่ยวๆ คำถามอยู่ใน Text อันเดียวสบายๆแบบเบิร์ดๆ

2.Double Passage

อันนี้โหดหินมฤตยูสุดพลัง อย่างบางข้อเป็นอีเมล มาสองอัน บางทีคำตอบข้อแรกๆอยู่ Passage อันหลังซะงั้น

ความยาก 100%

จริงๆไม่ได้ยากตรงที่เนื้อหา แต่ยากตรงที่มันเยอะและการจัดสรรเวลาของเราในพาร์ท 5-6 ทำให้เวลาเราเหลือในการทำ พาร์ท 7 น้อยมากๆ ดังนั้นแล้ว ก็อาจจะหมดเวลาเสียก่อนที่จะทำให้เราทำจนจบครบพาร์ท 7 นั่นเอง บางคนน่าเสียดายมากที่ออกมาจากห้องสอบแล้วต้องว่างไว้เป็นสิบๆข้อ ถ้างั้นก็ลองมาดูเทคนิคปราบเซียนกับพาร์ทนี้เลยครับ ซึ่งสามารถเลือกทำได้สองแบบ

1.เลือกทำจากน้อยไปหามาก

หมายถึงเริ่มทำจาก Single Passage และ Short Passage เสร็จให้หมดแล้วค่อยไปทำ Double Passage และ Long Passage ซึ่ง วิธีนี้จะประหยัดเวลาในการทำ แล้วเราจะได้เอาเวลาไปทุ่มกับข้อหลังๆได้

 

2.เลือกทำจากมากไปหาน้อย

คือให้ทำ Double Passage และ Long Passage ก่อน แล้วค่อยกลับไปทำข้อที่เหลือ เพราะส่วนใหญ่แล้วข้อที่มีโจทย์เยอะๆให้เราทำคือ Double Passage และ Long Passage  ที่มีสูงสุด ถึง 5 ข้อ ส่วน Single Passage และ Short Passage อาจจะมีแค่ 2-3 ข้อ เท่านั้น นั้นเท่ากับว่า เราต้องใช้เวลาอ่านเรื่องนึงและทำความเข้าใจเพื่อตอบคำตอบ 2-3 ข้อ ในตอนแรก และจะทำให้เวลาที่เราจะต้องไปอ่าน Passage ยาวๆในตอนหลังไม่ทัน และนี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมบางคนถึงทำไม่ทันนั่นเอง

3.ถ้ามันอ่านไม่ทันจริงๆ ทำยังไงอะ?

วิธีการคือฝนไปเลยครับ ฝนไปอย่าได้หยุด แต่ๆๆๆ ไม่ใช่ว่า ฝนไปเรื่อย เดี๋ยวข้อนี้ A ข้อนี้ B นะครับจะเอาข้อไหน ฝนลงไปเลยครับ A ก็ A สิบข้อไปเลย เพราะอย่างน้อยมันต้องมีโอกาสถูกสักข้อละครับในสิบข้อนั้นแน่นอน และนี่เป็นทริกที่ไม่ควรเอาอย่างอีกทริกนึงนะครับ แหะๆ

 

สำหรับวิธีการที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เราอ่านได้เร็วขึ้น คือการอ่านทุกวันครับ เดี๋ยวนี้เรามี Social network แค่กดไลก์เพจก็สามารถที่จะติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารของโลกและได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วยง่ายๆแล้วครับ

 

แล้วพบกันใหม่คราวหน้า สวัสดีครับ

 

brochure

 

ติว toeic (TOEIC SERIES) เจาะ 7 พาร์ท ข้อสอบ TOEIC พาร์ทไหนยาก-ง่ายยังไง มาดูกัน

สวัสดีครับ  มาพบกับ TOEIC SERIES
ของ Xpert English กันอีกครั้งนะครับ
วันนี้ผมจะขอนำเสนอ ติว toeic
การวิเคราะห์ความยาก-ง่ายของทั้ง 7 พาร์ท
เพื่อให้เราได้รู้ว่าจุดแข็ง-อ่อน
ของ ข้อสอบ TOEIC ในแต่ละพาร์ทมีอะไรบ้างนะครับ

 open

 

ปล.เทคนิคเหล่านี้เป็นเทคนิคที่กลั่นกรองทั้งจากหนังสือและประสบการณ์ในการสอบ ที่ผมใช้ในการทำข้อสอบ TOEIC รวมทั้งประสบการณ์ในการเป็นติวเตอร์เล็กๆน้อยๆในการ  ติว toeic หากท่านสมาชิกมีเทคนิคไหนสามารถแนะนำกันเข้ามาได้เลยครับ

——————————————————-

ติดตามเทคนิคเด็ดๆและกลเม็ดการเตรียมสอบและการใช้ภาษาอังกฤษได้ก่อนใครที่ Xpert English, the home of Business and Academic English learners with an expert and professional development,  https://www.facebook.com/expertenglishlearners/

——————————————————

 

 

ว่าแล้วเราก็เริ่มที่ ในส่วนของ Listening กันเลยดีกว่าครับ

Listening  ทั้งหมดจะมีด้วยกัน 4 พาร์ท

 

Part 1: Photographs

ใน Part นี้เราจะได้เห็นรูปภาพมากันครบ คือคน สิ่งของ วัตถุ สถานที่มีหมด แล้วผู้บรรยายก็จะบรรยายประโยคมา 4 ประโยค A,B,C,D แล้วให้เราเลือกประโยคที่ใกล้เคียงกับภาพมากที่สุด ซึ่งตรงนี้จะมีอยู่ 10 ข้อด้วยกัน

round_progress_meter

 

ระดับความยาก: 25% (ไม่ยาก ทำได้สบายๆ)

ในพาร์ทนี้ถือว่าผู้สอบสามารถทำได้สบายๆ  แต่มีข้อควรระวังคือการเลือกตัวเลือกที่มีลักษณะบอกเป็นนัย (inferring) โดยที่ไม่มีตัวเลือกที่ตรงกับภาพแบบตรงๆ อาจทำให้ผู้สอบไขว้เขวได้เช่นกัน

 

 

Part 2: Question-Response

พาร์ทนี้จะเป็นส่วนที่ใครหลายๆคนมีความเห็นแตกต่างกันมากที่สุด บางคนก็บอกว่าง่ายบางคนก็บอกว่าพาร์ทนี้แหละ ยากสุดใน Listening แล้ว เนื่องจากในพาร์ทนี้จะไม่มีโจทย์หรือช้อยส์อะไรให้เราดูเลย มีแต่การฟังและเลือกคำตอบล้วนๆ ถึง 30 ข้อยาวพรวด แต่ก็โชคดีตรงที่ว่าในส่วนนี้จะมีอยู่สามตัวเลือกคือ A,B,C เท่านั้น ซึ่งในพาร์ทนี้เราจะได้ฟังประโยคคำถาม ซึ่งก็จะมาในหลากหลายรูปแบบเช่นแนว Request (Could…, would…), หรือขึ้นต้นด้วย Interrogative pronouns ต่างๆ (Wh-questions) แล้วเราจะต้องเลือกคำตอบที่สามารถตอบคำถามหรือตอบสนองโจทย์ข้อนั้นๆได้ถูกต้องที่สุด

round_progress_meter2

 

ระดับความยาก: 75% (ยากปานกลางถึงค่อนข้างยาก)

 

ผู้สอบหลายคนบอกว่าการทำพาร์ทนี้คือส่วนที่ยากที่สุด เพราะมันยาวและไม่มีโจทย์หรือคำตอบที่จะพอไกด์ให้ตอบได้เลย ต้องอาศัยการฟังล้วนๆ แต่เนื่องจากพาร์ทนี้มีแค่ 3 ตัวเลือก และ 1 ใน 3 ตัวเลือกนั้นมักจะไม่เกี่ยวข้องกับโจทย์ (Dummy choice) ดังนั้นโอกาสทำข้อสอบถูกในพาร์ทนี้จึงมีมากขึ้นนั้นเอง สำคัญคือต้องตั้งสติให้มั่น ก็อาจจะทำได้ไม่ยากนักนั่นเองครับ

 

 

 

Part 3 & 4: Conversations, Talks

สำหรับพาร์ท 3 และ พาร์ท 4 จริงๆแล้วรูปแบบข้อสอบเหมือนกัน นั่นคือ มีโจทย์และตัวเลือก A,B,C,D ให้เลือก โดยพาร์ท 3 จะเป็น บทสนทนา (Conversation) ส่วนพาร์ท 4 จะเป็น ผู้พูดคนเดียวพูดให้ฟัง (Monologue) ซึ่งอาจจะเกี่ยวกับ โฆษณา (Advertising) ประกาศ (Announcement) จะมีพาร์ทละ 30 ข้อ รวมเป็น 60 ข้อ โดยแต่ละ บทสนทนา จะมีโจทย์สามข้อ และมีช้อยส์ A,B,C,D ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องในแต่ละคำถาม

 

round_progress_meter3

ระดับความยาก: 50-75% (ยากปานกลางถึงค่อนข้างยาก)

การทำพาร์ทที่ 3-4 จริงๆแล้วไม่ยากมาก เพราะเราได้ฟังบทสนทนาต่างๆพวกนี้ซึ่งอยู่ในแบบเรียนมาโดยตลอด แต่สิ่งที่จะยากคือการจับคีย์เวิร์ด การจัดสรรเวลา และที่สำคัญคือ ส่วนใหญ่เมื่อผู้สอบทำมาถึงข้อประมาณ 60-70 จะเกิดอาการล้าเพราะต้องฟังตลอดไม่หยุด 45 นาที และตรงนี้อาจจะเป็นจุดที่ทำให้สมาธิของผู้สอบหลุดได้ และจะทำให้เสียคะแนนในส่วนนี้ไป

 

“สรุป:โดยเฉลี่ยแล้ว ความยากของข้อสอบ Listening จะอยู่ที่ประมาณ 50 – 75% โดยเฉลี่ย ข้อสอบ Listening ใน TOEIC เน้นการจับคีย์เวิร์ด ความอดทน และการตั้งสติในการฟัง ที่สำคัญคือ การที่เราขยาย Corpus (คลังคำศัพท์) ของเราให้มากเข้าไว้ เพื่อเพิ่มคะแนนของเราในส่วนของพาร์ทการฟังนั่นเองครับ”


 

สอบ TOEIC  5 หนังสือที่คุณต้องไม่พลาดก่อนไปสอบ

เหนื่อยไหมสอบ TOEIC หลายครั้งก็ยังไม่ได้คะแนนตามที่หวัง

เหนื่อยไหม สอบ TOEIC หลายครั้งก็ยังไม่ได้คะแนนตามที่หวัง (คือดูเป็นคำโฆษณามากกก)  วันนี้จะรีวิวหนังสือเตรียมสอบ หรือที่เราเรียกกันว่า Test Preparation ของ TOEIC ตามประสบการณ์ของผมที่ผมอ่านแล้วคิดว่า 5 เล่มนี้ จะช่วย Boost คะแนนให้คนจะไป สอบ TOEIC ได้แน่นอน

อันดับ 5
5th
เชื่อว่าใครก็ตามที่เตรียมจะไป สอบ TOEIC อย่างน้อยต้องผ่านตาหนังสือ Test Prep เล่มนี้ เนื่องจากเป็นหนังสือที่บริษัทกวดวิชาภาษาอังกฤษหลายแห่งใช้ ด้วยเป็นหนังสือที่ปูพื้นฐานให้คนอ่านได้ดีเล่มหนึ่ง ครบถ้วนทั้งเนื้อหา Listening และ Reading ที่จะต้องสอบใน TOEIC ปัจจุบันในท้องตลาดเป็น 6th Edition ซึ่งตัดเนื้อหาออกไปจากเวอร์ชั่นก่อนเยอะพอสมควร (5th Edition)

Pros:
1.แยก พาร์ท Listening และ Reading ชัดเจน

2.เนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษในระดับเบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้มีพื้นฐานทางภาษาอังกฤษน้อย

3.นอกจากเนื้อหาแล้วยังมี Sample Test ให้อีก 800 ข้อ (4 ชุดสอบ)

4.เหมาะสำหรับเรียนรู้ด้วยตัวเองก็ได้

Cons:
1.เนื้อหาค่อนข้างง่ายเกินไปสำหรับนำไปทำข้อสอบจริง อาจจะไม่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากได้คะแนนระดับ 8-990

อันดับที่ 4

4th

เล่มนี้ก็ไม่ธรรมดา ด้วยชั้นเชิงของ Publisher ที่เป็นมหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลก ทำให้มีความน่าเชื่อถือมากๆ เนื้อหาข้างในก็เรียกได้ว่าอัดแน่นและมีแบบฝึกหัดให้ผู้อ่านทำได้หลากหลาย โดยเฉพาะใน Section เสริมสร้างคำศัพท์อย่าง Vocabulary Builder ก็เป็นจุดเด่นที่เล่มอื่นไม่มี

Pluses

1.เนื้อหาแต่ละบทมีการเสริมสร้างทักษะที่หลากหลาย ไม่เฉพาะแค่ Listening กับ Reading

2.มี Section ของ Vocab Builder

Minus:
การจัด Layout ข้างในอ่านยากไปหน่อย ตามประสาหนังสือของเจ้านี้

มาต่อกันที่อันดับ 3

32th
เป็นอีกเล่มที่คนอ่านเห็นแล้วคงจะรีบโผเข้าไปเปิดดูหรือซื้อด้วยความเต็มใจเพราะยี่ห้อยังไงก็คงบ่งบอกถึงคุณภาพ ซึ่งก็จริง Test Prep เล่มนี้มีเนื้อหาที่ไม่ได้แบ่งแยก Section เหมือนเล่มอื่น แต่จะแบ่งเป็นหัวข้อในแต่ละหัวข้อที่ข้อ สอบ TOEIC มักชอบออก เช่น บทที่ 1 เป็นเรื่อง Office and Personel เป็นต้น ซึ่งในแต่ละบทจะมี Exercises ด้วยกัน 7 พาร์ท โดยทั้ง 7 พาร์ทนั้นก็คือรูปแบบทั้งหมดที่เราต้องไปสอบนั่นเอง ซึ่งจะทำให้เราคุ้นชินกับการสอบมากขึ้นอีกด้วย นับว่าเป็นจุดเด่นของ Test Prpe เล่มนี้เลยทีเดียว

Pluses:

1.เนื้อหาแน่น น่าเชื่อถือ

2.มีการแบ่ง Section ของการสอบแต่ละพาร์ทของ TOEIC ได้ดีเยี่ยมครบทั้ง 7 พาร์ท

3.เนื้อหามีระดับความยากคล้ายข้อสอบจริง

Minus
อาจไม่เหมาะสำหรับผู้เริ่มศึกษา

อันดับ 2

322th

โดยทั่วไปเราอาจไม่คุ้นกับเล่มนี้มากนัก
จริงๆเล่มนี้อยากจะยกให้เป็นที่ 1 ด้วยซ้ำ (ถ้าไม่เจอเล่มอันดับ 1) เพราะโดยส่วนตัวชอบหนังสือของ Publisher นี้อยู่แล้ว ด้วยมีระดับหนังสือที่ออกแบบ Layout ได้ดี และมี Levels ที่หลากหลายที่แต่ละเล่มออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับระดับ Level นั้นจริงๆ โดยเล่มนี้ที่ให้เป็นอันดับสองเพราะว่า มีการวาง Layout ที่ชัดเจน แยกส่วน Listening กับ Reading ได้ดีมากๆ เนื้อหาไม่ยากไม่ง่าย เหมาะสำหรับทุกคน แถมยังมีทีเด็ดไม้ตายคือมี Techniques ให้ด้วยว่าควรจะทำอย่างไรบ้างทั้ง 7 พาร์ท ถือว่าสุดยอดจริงๆ

Pluses:
1. จัด Layout ดีมากกกกกอยากยกนิ้วให้จริงๆจากใจ

2.มี Techniques ครบทุกพาร์ท

Minus:
ยังหาข้อเสียให้ไม่ได้ เล่มนี้ดีมากจริงๆ

อันดับ 1 Hacker TOEIC

1st
ที่ยกให้เป็นที่ 1 เพราะเป็นหนังสือที่ให้ความละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาของภาษาอังกฤษระดับโมเลกุลเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะเล่ม Reading ที่เนื้อหาแกรมม่าแน่นปึ๊ก ปึ๊กขนาดว่าเล่มนี้คงเป็นหนังสือที่อธิบายแกรมม่าได้ละเอียดที่สุดในบรรดาทั้งหมดในลิสต์นี้แล้ว และยังสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้จริงทั้งในข้อสอบ TOEIC และอื่นๆ เล่มนี้มีจุดเด่นคือ เนื้อหากับตัวอย่างข้อสอบจะอยู่หน้าเดียวกัน ทำให้อ่านปุ๊ปทำข้อสอบ แล้วคงจะจำได้แม่นขึ้น

Pluses:
1.เนื้อหาแน่นที่สุด แนะนำว่าควรอ่านอย่างยิ่ง

2.จัด Layout ได้ดี

Minus:
เนื้อหาและคำอธิบายค่อนข้างยาก ไม่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นศึกษา

หวังว่าทั้ง 5 เล่มนี้คงจะช่วยคนที่จะไป สอบ TOEIC ได้บ้างนะครับ แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่า ต่อให้หนังสือจะดีแค่ไหน ถ้าเราไม่อ่านมันก็แค่กระดาษที่รอวันเปื่อย แล้วพบกันใหม่ EP. หน้า “5 กลเม็ดเด็ดเตรียมสอบ TOEIC อย่างมั่นใจ” หรือติดตามเทคนิคเด็ดๆและกลเม็ดการเตรียมสอบและการใช้ภาษาอังกฤษได้ก่อนใครที่ Xpert English, the home of Business and Academic English learners with expert and professional development,  https://www.facebook.com/expertenglishlearners/