English Usage Series 1 : Anniversary or Birthday ?

หากพูดถึงงานวันรำลึกหรือครบรอบอะไรสักอย่าง หรืออย่างเช่นวันเกิด หลายคนอาจจะสงสัยว่า Anniversary แตกต่างกับ Birthday อย่างไร คำตอบง่ายมาก คือ
Anniversary (n.) จะใช้ก็ต่อเมื่อ เราจำวัน (Date) ที่เป็นโอกาสสำคัญ ๆ หรือวันครบรอบ ที่เกิดขึ้นในอดีตได้ ส่วน Birthday (n.) นั้นใช้กับเฉพาะวันครบรอบวันเกิดเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น

1A: It’s our wedding anniversary today!
แปล : วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา!

2A: When is your birthday?
แปล: วันไหนเป็นวันเกิดของคุณล่ะ?

Vocab ควรรู้ :
wedding (n.) -แต่งงานwedding ceremony (n.) – งานแต่งงานanniversary (n.) – วันครบรอบ

5 ช่อง YouTube เรียน TOEIC ฟรี เข้าใจง่าย ได้ผลเร็ว

5 ช่อง YouTube เรียน TOEIC ฟรี เข้าใจง่าย ได้ผลเร็ว

เดี๋ยวนี้ค่าเรียน TOEIC นี่ก็แพ๊งแพงนะครับ (แต่จริง ๆ ก็เรียนฟรี ๆ กับ AJ.Bank ที่เพจ Xpert Englsih ได้เลยนะครับ แหะ ๆ) จะไปลงแต่ละที่ก็เสียว ๆ ว่าจะเรียนเข้าใจไหม อาจารย์จะสอนดีไหม บลา ๆ ๆ แต่ว่าถ้าเราเรียน Online ได้ แถมยัง ฟรี !!!!!!!!! อีกต่างหากล่ะครับ ก็คงจะดีไม่ใช่น้อยเลยใช่ไหมล่ะครับ ดังนั้นวันนี้ AJ.Bank มี 5 ช่อง YouTube เรียน TOEIC ฟรี เข้าใจง่าย แถมยังได้ผลเร็วมาฝากกันด้วยครับ

1.Learn English with Rebecca [engVid RebeccaESL]
screenshot-www.youtube.com-2017-11-23-15-20-25-578

ถือว่าเป็นอีก 1 ช่อง Hot Hit ของ การเรียนภาษาอังกฤษบน YouTube กันเลยทีเดียว ด้วยสำเนียงที่อธิบายง่ายและใช้คำศัพท์ง่าย ๆ แถมสมัยนี้ยังมี Auto Subtitle ช่วยในการฟังให้ง่ายขึ้น ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่เข้าใจและทำให้เข้าใจ TOEIC ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ทั้งยังเต็มไปด้วยคำศัพท์และการอธิบายอย่างง่าย ๆ ทำให้ช่องนี้เหมาะที่จะเป็นช่องเรียนฟรีของผู้ต้องการสอบ TOEIC ลำดับแรก ๆ เลยทีเดียว

2.Learn English – FukEn 
screenshot-www.youtube.com-2017-11-23-15-21-13-657.png

ด้วยการอธิบายในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ช่องนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงใน YouTube และการเตรียมตัวสอบ TOEIC ก็มีผลอย่างมาก หากเราสามารถจำคำศัพท์ได้ง่าย ๆ และมีที่รวบรวมคำศัพท์ให้เราได้จบ ครบในที่เดียว ก็คงไม่ต้องเปลืองแรงไปหาที่อื่น ๆ ใช่ไหมละครับ ดังนั้น ช่องนี้จึงเป็นคำตอบที่ดีเลยทีเดียว

3.A bit of English
screenshot-www.youtube.com-2017-11-23-15-23-30-415.png

ช่องนี้เหมาะสำหรับคนที่เริ่มจะสอบ TOEIC เนื่องจากจะนำข้อมูลต่างพื้นฐานของ TOEIC มาให้เราทราบลึกถึงแก่นว่า TOEIC ออกอะไรบ้าง

4.Kendra’s Language School

screenshot-www.youtube.com-2017-11-23-15-23-49-434.png

ช่องนี้เหมาะกับพวกคนที่ต้องการอยากทราบคำศัพท์เยอะ ๆ เพราะช่องนี้จะนำคำศัพท์ที่ออกบ่อย ๆ มาให้เราได้ท่องกันตามลำดับว่าคำไหนออกบ่อยที่สุด แค่นี้ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปหาให้ยุ่งยากแล้ว

5. AJ.Bank Xpert English

screenshot-www.youtube.com-2017-11-23-16-27-52-429.png

ไม่ต้องพูดกันมากสำหรับ Channel นี้ ตอนนี้ AJ.Bank มีช่องบน YouTube แล้วนะเออ ใครอยากติดตาม AJ.Bank นอกจากในเพจ และเว็บไซต์แล้วก็มีที่ YouTube Channel โดยเฉพาะ เคล็ดลับ 5 นาทีเข้าใจ TOEIC ที่สำคัญฟรี อีกต่างหาก

และสำหรับใครที่มีช่อง YouTube อยากจะแนะนำก็สามารถคอมเม้นท์ไว้กันได้เลยนะครับ

ขอบคุณครับ

 5 เคล็ดลับ สอบ โทอิค จากผู้เขียนสุดยอดหนังสือเตรียมสอบ TOEIC ภาคสอง

สวัสดีครับ แล้วก็กลับมาพบกันอีกแล้วนะครับกับเคล็ดลับ การเตรียมสอบ โทอิค วันนี้เราจะมาว่ากันต่อถึงการแนะนำวิธีการทำข้อสอบ โทอิค ของผู้เขียนหนังสือ Oxford TOEIC Preparation Test นะครับ สำหรับใครที่พลาด Part I ไป สามารถติดตามได้ที่  https://m.pantip.com/topic/36344245?  เลยครับ

สำหรับครั้งนี้เราก็มี 5 เคล็ดลับมาแนะนำสำหรับผู้ต้องการสอบ โทอิค อีกเช่นกันครับ โดยผู้สนใจสามารถติดตามคลิปเต็มๆได้ที่ https://youtu.be/f7rrGkXBtKY ขอได้รับความขอบคุณมา ณ ที่นี่ด้วยนะครับ

สอบ โทอิค

 

 

1.ทักษะการพูดก็สำคัญกับการสอบโทอิคนะ


Grant Trew แนะนำว่า ถึงแม้หลายๆคนจะสอบ โทอิค ในแบบการฟังและการอ่าน ทว่า อย่างที่เขาพยายามย้ำแล้วย้ำอีกว่าคำศัพท์และรูปแบบภาษาอื่นๆเช่นการใช้วลีที่ใช้ในชีวิตประจำวันสำคัญอย่างมากต่อการสอบ โทอิค และมันก็เป็นสิ่งที่ผู้เข้าสอบจะต้องถูกทดสอบแน่นอนเลยทีเดียว

2. การจะจดจำคำศัพท์ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดคือการใช้จริง



Grant Trew แนะนำว่า วิธีการที่จะสามารถจดจำให้ได้ประสิทธิภาพที่สุดก็คือการใช้คำศัพท์และรูปแบบภาษาพวกนั้นผ่านการพูดนั่นเอง เพราะในคำถามของข้อสอบ โทอิคมากมาย ล้วนเกี่ยวข้องกับประโยคในชีวิตประจำวันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการขอร้อง คำสั่ง และอื่นๆ

3.การฝึกทำข้อสอบเยอะ อาจไม่ได้ช่วยให้คุณเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้


Grant ชี้ให้เห็นช่องว่างของคอร์สเรียน ตลอดจนหนังสือส่วนใหญ่ที่ใช้ในการเตรียมสอบ TOEIC ว่า ส่วนใหญ่แล้วมักจะมุ่งเน้นไปในแนวคิดที่เห็นว่าการที่เราจะทำอะไรสักอย่างจะต้องฝึกทำมันให้มากๆ เช่น หากเราอยากฝึกเล่นเทนนิส ก็ต้องออกไปเล่นเทนนิสบ่อยๆ เหมือนกับข้อสอบ TOEIC หากอยากจะเก่งก็ต้องฝึกทำข้อสอบเยอะๆ ทำให้คลาสเรียนส่วนใหญ่ มีแต่การฝึกทำข้อสอบ โดยผู้สอนพยายามอธิบายตัวคำตอบว่าผิดหรือถูกอย่างไร ซึ่งตรงนี้ Grant  เห็นว่า วิธีการเรียนการสอนแบบดังกล่าวได้พลาดสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเรียนรู้ในภาษาอังกฤษไป
4.อย่าเลือก Materials ที่คาดหวังเป้าหมายด้วยคะแนนที่ต่ำ



หนังสือที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังสือระดับต้นนั้น อาจจะเหมาะกับผู้เริ่มเรียนภาษาอังกฤษ แต่ถ้าคุณอยากจะได้คะแนนระดับกลางหรือระดับสูงแล้ว มันอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก เพราะหนังสือพวกนี้ จะคัดเลือกเนื้อหาหรือตัดทอนให้เนื้อหานั้นง่ายขึ้น เช่นการเลือกใช้คำศัพท์ง่ายๆ โครงสร้างไวยากรณ์ที่ไม่ซับซ้อน รวมไปถึงบทความที่สั้นกว่าความเป็นจริง ดังนั้น จึงไม่เกินประโยชน์ต่อผู้เรียนมากนัก
5.การโฟกัสในทักษะต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ



ต่อจากข้อที่แล้ว Grant ชี้ว่า สิ่งสำคัญที่มากกว่าการทำข้อสอบซ้ำๆเยอะๆคือการพัฒนาทักษะการอ่านและการฟังซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของการทำข้อสอบ โทอิค เช่นการฝึกใช้ทักษะ Skim and Scan ในการอ่าน หรือการฝึกคาดเดาขั้นต้นในการฟัง หรือการ Paraphase นั่นเองครับ
และนี่ก็คืออีก 5 เทคนิคเด็ดสำหรับการเตรียมตัวสอบ TOEIC ในภาคสองนี้นะครับ เพื่อนๆคนไหนมีเคล็ดลับอะไรอยากแชร์มาบอกกันได้เลยนะครับ
ขอบคุณครับ

สอบ โทอิค 5 หลัก Grammar ออกบ่อยใน TOEIC

สวัสดีครับ หลังจากที่เราคุยกันถึงเทคนิคไปแล้ว วันนี้มาพบกับ 5 หลักแกรมม่าร์ที่ออกบ่อยๆในการ สอบ โทอิค TOEIC กันดีกว่าครับ

untitled-2

 

1.Preposition

5-grammar-toeic

ไม่น่าเชื่อใช่ไหมล่ะครับว่าหนึ่งในแกรมม่าร์ที่ชอบออกในการสอบ โทอิค บ่อยๆคือ Preposition (คำบุพบท) นั่นเองครับ

เนื่องจาก Preposition เป็นเรื่องของการใช้คำให้เหมาะสม ซึ่งการใช้บ่อยๆเท่านั้นที่จะสามารถทำให้เราจำขึ้นใจได้ หรือบางที Verb 1 ตัว สามารถตามได้ด้วย Preposition ได้หลายตัว เช่น Verb to look อาจจะตามได้ทั้ง up, down, over ก็ได้เหมือนกันครับ

 

2. Tense

tense


Tense คือการกล่าวถึงเกี่ยวกับเวลา ซึ่งจะประกอบกันด้วยทั้ง Tense (present, past, future) และ Aspect (simple,continuous, perfect, perfect continuous)
แต่ใน TOEIC จะชอบ ออก Tense คู่กัน โดยเฉพาะ Past simple กับ Past Perfect ครับ

3.Voice
voice
ในภาษาอังกฤษจะมีสิ่งที่แสดงการกระทำอยู่อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของ Voice ซึ่งในภาษาอังกฤษก็จะมีทั้ง Active และ Passive Voice

โดยส่วนใหญ่แล้วในข้อสอบ TOEIC ก็จะออกในส่วนของ Passive โดยการผสมเอา พวก Modal (can, could,would…)ไปใช้ รูปแบบของ Passive เป็นที่ตายตัวคือ be+past participle หรือ verb ช่อง 3 นั่นเองครับ

4.Conjunction

conjunction

หรือตัวเชื่อม บางที อาจจะออกง่ายๆเช่น Coordinate conjunction เช่น and, or,but หรือ pair coordinator เช่น either…or… เป็นต้น ไม่งั้นก็จะออก complex conjunction เช่น so that, in order that

5.Word forms
word-form

เป็นเรื่องสำคัญมากเพราะออกบ่อยจริงๆใน TOEIC ครับพูดง่ายๆคือ มีตัวลงท้าย (Suffix) ไม่เหมือนกันและให้เราเลือกครับ เช่นลงท้ายด้วย -tion เป็นคำนาม, -ate เป็นกริยา แต่ควรระวังว่า บางทีคำศัพท์คำเดียวที่ลงท้ายด้วย Suffix เหมือนกันแต่อาจเป็นได้ทั้ง คำนามและคำกริยา เช่นคำว่า comment เป็นต้นครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หวังว่าแกรมม่าร์พวกนี้จะช่วยให้เพื่อนๆสอบ โทอิค ได้ง่ายขึ้นนะครับ

สอบ โทอิค พร้อม เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ง่ายๆ ด้วย 5 แอพพลิเคชั่น สอบโทอิค

img_0048

 

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วกับเทคนิคการเตรียมสอบ TOEIC เด็ดๆ นะครับ คราวนี้จะขอลองนำเสนอ 5 Application ที่ใช้ในการ สอบ toeic พร้อมกับเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ใน แบบ Xpert English กันครับ
——————————————————-
ติดตามเทคนิคเด็ดๆและกลเม็ดการเตรียมสอบและการใช้ภาษาอังกฤษได้ก่อนใครที่ Xpert English, the home of Business and Academic English learners with an expert and professional development, https://www.facebook.com/expertenglishlearners/

หรือติดตามได้ที่ https://expertenglishlearners.wordpress.com/

——————————————————-

โดยแอพลิเคชั่น สอบ toeic ที่จะมาแนะนำในวันนี้มีดังนี้ครับ

1.Listening Tests

2.CM TOEIC

3.TOEIC Simulation Test-Improve Your Score

4.English tests

5.TOEIC Zombie

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วกับเทคนิคการเตรียมสอบ TOEIC เด็ดๆ นะครับ คราวนี้จะขอลองนำเสนอ 5 Application ที่ใช้ในการ สอบ toeic พร้อมกับเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ใน แบบ Xpert English กันครับ

——————————————————-

ติดตามเทคนิคเด็ดๆและกลเม็ดการเตรียมสอบและการใช้ภาษาอังกฤษได้ก่อนใครที่ Xpert English, the home of Business and Academic English learners with an expert and professional development, https://www.facebook.com/expertenglishlearners/

หรือติดตามได้ที่ https://expertenglishlearners.wordpress.com/

——————————————————-

โดยแอพลิเคชั่น สอบ toeic ที่จะมาแนะนำในวันนี้มีดังนี้ครับ

1.Listening Tests

2.CM TOEIC

3.TOEIC Simulation Test-Improve Your Score

4.English tests

5.TOEIC Zombie

มาเริ่มที่ แอพพลิเคชั่นแรกเลยครับ
1.Listening Tests
หากใครต้องการหาแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานในการฝึกการฟังภาษาอังกฤษ แอพนี้ช่วยได้เยอะทีเดียวครับ
เข้ามาก็จะให้เราเลือก Part การทดสอบ ในการ สอบ TOEIC ได้ทั้ง 4 Part ใน Listening TOEIC

ซึ่งในที่นี้ เราจะเลือก Part 1 Photographs เป็นตัวอย่างครับ

พอกดเข้ามาก็จะมีเสียงให้เราฟัง และเลือกคำตอบ A B C D ได้เลยครับ
แกล้งตอบผิดนะครับจะได้เห็น แหะๆ

จากนั้นที่มุมล่างเราสามารถเลือกได้ว่าจะดู คำตอบ และ สคริปก็ได้ครับ

ข้อดี:ใช้เพื่อฝึกทักษะการฟังได้อย่างดีเยี่ยม

ข้อควรปรับปรุง:น่าจะมีพาร์ทอื่นให้บ้างนะครับ

———————————————

มาต่อกันที่แอพที่ 2 นะครับ
2.CM TOEIC

เชื่อว่า แอพนี้ หลายๆคนก็คงใช้ในการฝึกฝนการทำข้อสอบ TOEIC กันนะครับ ส่วหนึ่งก็เพราะแอพนี้ มี Section หลากหลายให้เลือกทำเลยครับ โดยประกอบด้วยโหมดการฝึกฝนดังนี้
1.Practice

โหมดการฝึกฝน ใช้สำหรับฝึกการทำโจทย์ ซึ่งสามารถเลือกโหมดการฝึกฝนได้

2.Test โหมดการทำข้อสอบเสมือนจริง จะพาเราตะลุยทำโจทย์เหมือนทำจริง

3.Vocab โหมดเพื่อเพิ่มพูนทักษะการท่องคำศัพท์โดยเฉพาะ

4.Common Mistakes โหมดที่จะแนะนำข้อผิดพลาดต่างๆเพื่อไม่ให้เราพลาดในการทำข้อสอบ TOEIC

โดยจะขอยกตัวอย่างการเข้าโหมด Practice โดยเลือก Part 5 นะครับ

คลิก Continue เราก็จะเจอโจทย์แบบที่คุ้นเคย เลือกได้เลยครับ ข้อไหนดีน้าา

พอตอบเสร็จก็จะมีเฉลยขึ้นมาด้วยครับ

ข้อดี:มี Section ครบถ้วน

ข้อควรปรับปรุง:ไม่รู้สิ 555
————————————–

มาต่อกันด้วย App ที่สาม คือ
TOEIC Simulation Test แอพนี้ก็ยอดนิยมเหมือนกันครับ

เปิดมาก็จะมีหน้าตาและ Section ให้แยกเป็นหลายโหมดเหมือนกันครับ

โดยเราจะลองมาดูโหมด listening part 3

หรือจะโหมด Reading ก็มีครับแต่จะลำบากหน่อยเพราะต้องสลับไปมาระหว่างหน้าโจทย์กับคำตอบ

ข้อดี : แบ่ง Section ได้ดี

ข้อเสีย: โหมด Reading โจทย์กับคำตอบอยู่คนละหน้าต้องสลับกัน

———————————–
มาต่อกันที่ App ที่ 4 เลยครับ
ชื่อว่า English Tests
หน้าตาก็จะเป็นเจ้าลิงน้อยครับ

ซึ่งแอพนี้ดีตรงที่ว่า มีให้เลือกแบบทดสอบหลายแบบเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น TOEIC, TOEFL, หรือ IELTS ก็มีครับ

แถมในหน้าของ TOEIC ยังแบ่งเป็น Categories Mini Test และ Mock Test อีกต่างหาก

เราลองมาดูในโหมด Reading กันครับ

ซึ่งหน้าโจทย์ก็จะอยู่แยกกับหน้าคำตอบ

ข้อดี : มีหลายแบบฝึกหัดให้ฝึกฝน และยังมีแบบฝึกของ Test อื่นๆด้วย

ข้อเสีย: เหมือนแอพที่สาม
——————————————-
และก็มาถึง แอพสุดท้ายนะครับ
TOEIC Zombie

แอพนี้น่าสนุกมากๆครับ เป็นเกมส์ที่ผลิตโดยคนไทยนั่นเอง
โดยจะเน้นการเล่นทายคำศัพท์ที่ออกบ่อยใน TOEIC ครับ

ถ้าทายถูกก็จะฆ่า Zombie ได้ แต่ถ้าทายผิดก็ตายยยยยย

แหะๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับแอพพลิเคชั่นสำหรับสอบ toeic ด้วยตัวเอง ทั้งยังได้เรียนภาษาอังกฤษ ด้วยตัวเองอีกด้วยครับ
เพื่อนๆมีแอพพลิเคชั่นอะไรมาแชร์ก็บอกมาได้เลยนะครับ
แล้วพบกันใหม่
ขอบคุณครับ
———————————————————

รวมกระทู้ใน TOEIC SERIES หรือติดตามได้ที่ https://expertenglishlearners.wordpress.com/

—————————————–

5 หนังสือเตรียมสอบ TOEIC ที่คุณต้องไม่พลาดก่อนไปสอบ

http://pantip.com/topic/35562520
เตรียม สอบ TOEIC ง่ายๆ ฉบับ Batman ปะทะ Superman!

https://pantip.com/topic/36629251
(TOEIC SERIES) เจาะ 7 พาร์ทข้อสอบ TOEIC พาร์ทไหนยาก-ง่ายยังไง มาดูกัน

https://pantip.com/topic/35749744

——————————————————-

ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ด้วยแอพพลิเคชั่นบนไอโฟน‘’Speak’’

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วนะครับทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสำคัญไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านการเรียนการทำงาน โดยเฉพาะการฝึกพูดภาษาอังกฤษที่ถือว่าเป็นทักษะจำเป็นมากๆเลยนะครับ วันนี XPERT English จะมาขอแนะนำแอพลพิเคชั่นที่ใช้ในการฝึกพูดแบบจำลองสถานการณ์ต่างๆกัน ชื่อว่า Speak นั่นเองครับ สำหรับใครที่พูดอังกฤษไม่ได้ หรืออยากฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ลองใช้ดูนะครับ
——————————————————-

ติดตามเทคนิคเด็ดๆและกลเม็ดการเตรียมสอบและการใช้ภาษาอังกฤษได้ก่อนใครที่ Xpert English, the home of Business and Academic English learners with an expert and professional development, https://www.facebook.com/expertenglishlearners/

หรือติดตามได้ที่ https://expertenglishlearners.wordpress.com/

——————————————————-
เริ่มด้วยแหล่งดาวน์โหลดกันก่อน เพื่อนๆที่ใช้ไอโฟนสามารถดาวน์โหลดได้ที่ App Store ได้เลยนะครับ


พอโหลดเสร็จแล้ว ทีนี้เรามาเริ่มใช้งานแอพสปีกกันเลยนะครับ เริ่มจากเลือก category ของสถานการณ์ภาษาที่เราจะต้องการฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเองก่อนเลยนะครับ ซึ่งก็มีให้เลือกมากมายเลยทีเดียว


พอโหลดเสร็จแล้ว ทีนี้เรามาเริ่มใช้งานแอพสปีกกันเลยนะครับ เริ่มจากเลือก category ของสถานการณ์ภาษาที่เราจะต้องการฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเองก่อนเลยนะครับ ซึ่งก็มีให้เลือกมากมายเลยทีเดียว


บอทก็จะคุยกับเราเป็นภาษาอังกฤษ โดยที่ถ้าเราฟังไม่ทันเราสามารถกดดูสคริปต์ได้ครับ


ถ้าประโยคไหนเราพูดผ่านก็จะขึ้นหน้ายิ้มสีเขียวมาให้ แต่ถ้าอันไหนยังไม่ผ่านก็จะขึ้นเป็นคำๆสีเหลืองให้ครับ

ซึ่งแอพนี้ ใช้ระบบ Speech Recognition ครับ

สำหรับใครที่อยากฝึกภาษาอังกฤษและฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง นับว่าแอพนี้เหมาะมากๆเลยครับ ที่สำคัญฟรีอีกด้วยครับ

เรียน toeic มาต่อแล้ว! (TOEIC SERIES) เจาะ 7 พาร์ทข้อสอบ TOEIC : Reading

สวัสดีครับ ขออภัยที่ห่างหายไปนานนะครับ วันนี้ Xpert English จะมาต่อส่วนที่ยังคั่งค้างไว้อยู่ และเป็นส่วนที่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับผู้ทำข้อสอบ TOEIC ส่วนใหญ่ นั่นคือในส่วนของ Reading ซึ่งจะมีด้วยกันทั้งหมด  3 Parts นั่นเองนะครับ มา เรียน toeic ด้วยกันนะครับ

banner-pantip

ปล.เทคนิคเหล่านี้เป็นเทคนิคที่กลั่นกรองทั้งจากหนังสือและประสบการณ์ในการสอบ ที่ผมใช้ในการทำข้อสอบ TOEIC รวมทั้งประสบการณ์ในการเป็นติวเตอร์เล็กๆน้อยๆ หากท่านสมาชิกมีเทคนิคไหนสามารถแนะนำกันเข้ามาได้เลยครับ

——————————————————-

ติดตามเทคนิคเด็ดๆและกลเม็ดการเตรียมสอบและการใช้ภาษาอังกฤษได้ก่อนใครที่ Xpert English, the home of Business and Academic English learners with an expert and professional development,  https://www.facebook.com/expertenglishlearners/

——————————————————

 

Part 5 Incomplete Sentence

part-5

ในส่วนของพาร์ทนี้เป็นข้อสอบที่ผู้สอบส่วนใหญ่มักจะคุ้นเคยมากๆ เนื่องจากข้อสอบคือมีประโยคที่ไม่สมบูรณ์มาให้และให้เรานำตัวเลือก A,B,C,D แล้วเลือกตัวเลือกที่ถูกต้องทีสุด ซึ่งในส่วนนี้แน่นอนว่า ส่วนที่ออกคำถามนั้นจะเป็น คำถามในส่วนของโครงสร้าง (Structure (แกรมม่าร์น่าปวดหัว)) และ Vocabulary (คำศัพท์) นั่นเองครับ

 

ระดับความยากอยู่ที่ 50

จริงๆแล้วการทำพาร์ทนี้ในการสอบ Reading ซึ่งมีเวลาสอบด้วยกันทั้งหมด 1.15 น. หรือ 75 นาที พาร์ทนี้ควรจะใช้เวลาไม่เกิน 15-20 นาที เพื่อที่จะได้มีเวลาให้พาร์ทที่โหดหินกว่านี้อย่างพาร์ท 6-7 โดยเฉพาะอย่างยิ่งพาร์ท 7 ซึ่งคงต้องว่ากันยาวๆ  ในส่วนนี้มีเทคนิคอยู่ที่

1.ดูช้อยส์ ถ้าช้อยส์เป็นคำศัพท์เหมือนกัน แต่เป็น Part of Speech ที่ต่างกัน ข้อนั้นถามแกรมม่าร์ชัวร์ป๊าป แต่ถ้าตัวเลือกเป็นคำศัพท์แต่ละคำศัพท์ที่ต่างกัน ข้อนั้นถามคำศัพท์แน่นอน

2.วิเคราะห์แกรมม่าร์ที่ออกบ่อย เช่นเรื่อง Concord (Agreement of Subject and Verb), Tense, Voice เป็นต้น

3. ถ้าไม่รู้ก็เดา แต่เดาให้มีศิลปะ วิธีที่ผมใช้ประจำคือ ถ้าไม่รู้ตอบข้อไหน ก็เอาช้อยส์มาเติมแล้วอ่านไปเลย ถ้าข้อไหนคุ้นสุดข้อนั้นแหละมีโอกาสถูกมากที่สุด แต่บางคนคงคิดว่า เดาอย่างนี้มันมีศิลปะตรงไหน? ประเด็นคือว่า นอกจากเราจะเอาหลักการที่ ประโยคดังกล่าว ถูกไวยากรณ์ (Grammatical) + มีคนใช้หรือไม่ หากคำดังกล่าวมีคนใช้แสดงว่ามัน(อาจจะ)ถูก ก็เป็นได้ ดังนั้นถ้าเราอ่าน(เดา)ว่าเราได้ยินข้อไหนมากที่สุด ข้อนั้นก็อาจจะมีโอกาสถูกมากที่สุดก็เป็นได้ (แต่ถ้าเลือกใช้ข้ออื่นได้ก็เลือกเถอะ ข้อนี้จริงๆไม่แนะนำ)

4.การตัดช้อยส์ (Elimination)

วิธีนี้คือเราไม่รู้จริงๆว่าจะตอบข้อไหนดีเราก็เลยต้องใช้วิธีตัดช้อยส์ให้เหลือข้อที่มีความน่าจะเป็นว่าจะถูกมากที่สุด ดังนั้นแล้ว ช้อยส์มีทั้งหมด  4 ตัวเลือก เราตัดทีละตัวเลือก โอกาสถูกก็จะมีมากขึ้นจาก 0-25-50-100 เปอร์เซ็นต์ ขอบอกว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่คนนิยมใช้กันมากที่สุดวิธีหนึ่งเลยล่ะครับ

 

Part 6

Text Completion

part6

พูดง่ายๆว่าพาร์ทนี้เป็นลูกผสมระหว่างพาร์ท 5 กับ พาร์ท 7 โดยแท้จริง โดยรูปแบบการสอบก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากพาร์ท 5 เลย มีช้อยส์ 4 ข้อให้เลือกเหมือนเดิม แต่ที่ต่างออกไปคือ พาร์ท 6 นี้ ไม่ได้มาเป็นประโยคสองประโยค
แต่มาเป็น Text  คือมาแบบตัดมาทั้งโฆษณา ประกาศ ให้เราอ่าน เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีส่วนที่หายไปอีก ซึ่งเจ้าส่วนที่หายไปนี้ คราวนี้มาได้ถึงสามรูปแบบ

1.Grammar-อันนี้เหมือนพาร์ท  5 คือมาเป็นคำศัพท์เดียวกันแต่ Part of Speech  ไม่เหมือนกัน

2.Vocabulary-เหมือนเดิม

3.Context-คราวนี้แหละที่ต่างไปจากเดิม

ระดับความยากอยู่ที่ 75

พาร์ทนี้ดูเหมือนยาก แต่ความยากมันยังไม่สุดตรงที่ว่า มันมีให้ทำไม่เยอะ แต่ดังนั้นก็ยังยากอยู่ดี

นอกจากเทคนิคต่างๆที่ได้กล่าวไปในพาร์ท 5 ที่เราเอามาใช้ได้แล้ว เทคนิคอีก 1 เทคนิคที่จะทำให้เราประหยัดเวลาได้จาก พาร์ท 6 คือ การอ่านเฉพาะประโยคหน้าและหลังของประโยคที่หายไป ซึ่งตรงนี้ไม่ได้การันตีว่าจะทำได้หมดทุกคำถาม แต่จะเป็นประโยชน์ในการประหยัดเวลาของเรามากยิ่งขึ้น เพื่อไปทำในพาร์ทโหดสุดหิน พาร์ท 7 ที่หลายคนบอกว่า นี่แหละที่สุดแห่งชีวิตแล้ว ไม่ใช่มันยากนะ แต่ทำไม่ทันเว้ยยยย

Part 7 Reading Comprehension

part7

สำหรับพาร์ทนี้ เป็นการอ่าน อ่านล้วนๆ อ่านแบบตะบี้ตะบันอ่าน และแต่ละเรื่องก็ไม่ได้มาแบบกระจิ๊บกระจ้อย แต่มาเป็น Passages เช่นประกาศ บทความ (ตัวดี ต้องระวัง) โฆษณา ซึ่งจะมีทั้งแบบสั้น (Short Passage) และแบบยาว (Long Passage) ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ

1.Single Passage

อันนี้มาเดี่ยวๆ คำถามอยู่ใน Text อันเดียวสบายๆแบบเบิร์ดๆ

2.Double Passage

อันนี้โหดหินมฤตยูสุดพลัง อย่างบางข้อเป็นอีเมล มาสองอัน บางทีคำตอบข้อแรกๆอยู่ Passage อันหลังซะงั้น

ความยาก 100%

จริงๆไม่ได้ยากตรงที่เนื้อหา แต่ยากตรงที่มันเยอะและการจัดสรรเวลาของเราในพาร์ท 5-6 ทำให้เวลาเราเหลือในการทำ พาร์ท 7 น้อยมากๆ ดังนั้นแล้ว ก็อาจจะหมดเวลาเสียก่อนที่จะทำให้เราทำจนจบครบพาร์ท 7 นั่นเอง บางคนน่าเสียดายมากที่ออกมาจากห้องสอบแล้วต้องว่างไว้เป็นสิบๆข้อ ถ้างั้นก็ลองมาดูเทคนิคปราบเซียนกับพาร์ทนี้เลยครับ ซึ่งสามารถเลือกทำได้สองแบบ

1.เลือกทำจากน้อยไปหามาก

หมายถึงเริ่มทำจาก Single Passage และ Short Passage เสร็จให้หมดแล้วค่อยไปทำ Double Passage และ Long Passage ซึ่ง วิธีนี้จะประหยัดเวลาในการทำ แล้วเราจะได้เอาเวลาไปทุ่มกับข้อหลังๆได้

 

2.เลือกทำจากมากไปหาน้อย

คือให้ทำ Double Passage และ Long Passage ก่อน แล้วค่อยกลับไปทำข้อที่เหลือ เพราะส่วนใหญ่แล้วข้อที่มีโจทย์เยอะๆให้เราทำคือ Double Passage และ Long Passage  ที่มีสูงสุด ถึง 5 ข้อ ส่วน Single Passage และ Short Passage อาจจะมีแค่ 2-3 ข้อ เท่านั้น นั้นเท่ากับว่า เราต้องใช้เวลาอ่านเรื่องนึงและทำความเข้าใจเพื่อตอบคำตอบ 2-3 ข้อ ในตอนแรก และจะทำให้เวลาที่เราจะต้องไปอ่าน Passage ยาวๆในตอนหลังไม่ทัน และนี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมบางคนถึงทำไม่ทันนั่นเอง

3.ถ้ามันอ่านไม่ทันจริงๆ ทำยังไงอะ?

วิธีการคือฝนไปเลยครับ ฝนไปอย่าได้หยุด แต่ๆๆๆ ไม่ใช่ว่า ฝนไปเรื่อย เดี๋ยวข้อนี้ A ข้อนี้ B นะครับจะเอาข้อไหน ฝนลงไปเลยครับ A ก็ A สิบข้อไปเลย เพราะอย่างน้อยมันต้องมีโอกาสถูกสักข้อละครับในสิบข้อนั้นแน่นอน และนี่เป็นทริกที่ไม่ควรเอาอย่างอีกทริกนึงนะครับ แหะๆ

 

สำหรับวิธีการที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เราอ่านได้เร็วขึ้น คือการอ่านทุกวันครับ เดี๋ยวนี้เรามี Social network แค่กดไลก์เพจก็สามารถที่จะติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารของโลกและได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วยง่ายๆแล้วครับ

 

แล้วพบกันใหม่คราวหน้า สวัสดีครับ

 

brochure